นิคมฯ ฉงจั่ว (ไทย-จีน) เสริมความร่วมมือ สู่เป้าหมายใหม่

นิคมฯ ฉงจั่ว (ไทย-จีน) เสริมความร่วมมือ สู่เป้าหมายใหม่

“ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง โดยไม่หวั่นอุปสรรค” นิคมอุตสาหกรรมฉงจั่ว (ไทย-จีน) คือผลสำเร็จจากความร่วมมือไทย-จีน ภายใต้ภูมิหลังการกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ-การค้าระหว่างไทย-จีนในปี 2560 ก่อให้เกิดโอกาสที่สดใส ปี 2561 ทางนิคมฯ จะสนับสนุนความร่วมมือด้านกำลังการผลิตระหว่างประเทศด้วยความมุ่งมั่น

            1.แสดงบทบาทของสำนักตัวแทนในไทย เสริมสร้างความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนด้านเศรษฐกิจ-การค้า

            สำนักงานตัวแทนในประเทศไทยของนิคมอุตสาหกรรมฉงจั่ว (ไทย-จีน) จัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2559 กลายเป็นแนวหน้าในการจับคู่ธุรกิจระหว่างนิคมฯ กับผู้ประกอบการไทย แผ่ขยายให้เป็นที่รู้จักและอิทธิพลของนิคมฯ ในไทยและอาเซียน สร้างความประทับใจให้แก่วงการธุรกิจของไทย แสดงบทบาทเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างไทย-จีน ดึงดูดธุรกิจไทย และวางรากฐานที่ดีให้กับนิคมฯ การพัฒนาอย่างรวดเร็วของนิคมอุตสาหกรรมฉงจั่ว (ไทย-จีน) ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากวงการการเมืองและวงการธุรกิจของไทย

 ปี 2560 คณะศึกษาดูงานของกระทรวงพาณิชย์ไทย บริษัทคาราบาวและตัวแทนธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เดินทางมาศึกษาดูงานที่นิคมฯ ตัวแทนจากรัฐบาลและธุรกิจที่มาเยี่ยมเยือน ต่างเชื่อมั่นต่ออนาคตการลงทุน ปี 2561 นิคมฯ จะแสดงบทบาทของสำนักตัวแทนในไทยให้ดีขึ้น เชิญหน่วยงานรัฐบาล สมาคมธุรกิจ และคณะศึกษาดูงานของธุรกิจที่เกี่ยวข้องของไทย ไปเยี่ยมเยือนและศึกษาดูงานที่นิคมฯ เพื่อผลักดันขอบเขต และระดับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ-การค้าระหว่างสองประเทศ เพื่อดำเนินยุทธศาสตร์ “One Belt One Road” สนับสนุนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ-การค้ากับไทยและกลุ่มประเทศอาเซียน

            2.จับมือนิคมฯ พี่น้อง บรรลุผลสำเร็จร่วมกันในด้านความร่วมมือข้ามพรมแดน

            ปี 2560 นิคมอุตสาหกรรมฉงจั่ว (ไทย-จีน) กับเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดมุกดาหาร นิคมอุตสาหกรรมระยอง (ไทย-จีน) และบริษัท สยามอีสเทิร์น อินดัสเตรียล พาร์คฯลฯ ได้ผนึกความร่วมมือกัน ต่อมาเดือนพฤษภาคม ประสบความสำเร็จในการจัดงานสัมมนา “เจาะลึกโอกาสการลงทุน เมืองฉงจั่ว ประตูสู่อาเซียน ภายใต้ยุทธศาสตร์ One Belt One Road” ณ กรุงเทพฯ และในเดือนกันยายน ระหว่างงานไชน่า-อาเซียนเอ็กซ์โป ครั้งที่ 14 นิคมอุตสาหกรรมฉงจั่ว (ไทย-จีน) กับเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดนครพนม นิคมอุตสาหกรรมระยอง (ไทย-จีน) นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ และนิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง ฯลฯ ได้จัดกิจกรรมโปรโมตความร่วมมือด้านกำลังการผลิตระหว่างประเทศจีน-อาเซียน และนิคมอุตสาหกรรมไทย-จีน (China-ASEAN International Production Capacity Cooperation, China-Thailand friendship parks joint promotion) ณ นครหนานหนิง มณฑลกวางสี กลายเป็นรูปแบบใหม่ของการพัฒนา “2 ประเทศหลายนิคม”

            รูปแบบใหม่นำมาซึ่งโอกาสใหม่ โอกาสใหม่บ่งบอกถึงความมั่งคั่งใหม่ เพื่อพัฒนาผลสำเร็จใหม่ๆ นิคมอุตสาหกรรมฉงจั่ว (ไทย-จีน) วางแผนว่า ระหว่างปี 2561 จะดำเนินกิจกรรมประเภทต่างๆ กับนิคมฯ ฝั่งไทยต่อไป เช่น งานประชาสัมพันธ์ งานนิทรรศการและฟอรั่ม เพื่อผลักดันการพัฒนาความร่วมมือด้านกำลังการผลิตระหว่างประเทศจีน-อาเซียน และบรรลุผลสำเร็จร่วมกันในด้านความร่วมมือข้ามพรมแดน

            3.แสดงจุดแข็งเติมเต็มทรัพยากร เสริมสร้างความร่วมมือด้านกำลังการผลิตระหว่างประเทศ

            ปี 2560 การประสบความสำเร็จในการทดลองเดินรถไฟเส้นทาง “อวี๋กุ้ยซิน” (ฉงชิ่ง-กวางสี-สิงคโปร์) และการสร้างเส้นทางโลจิสติกส์ทางบกจีน-ลาว-ไทย ได้เติมพลังให้กับเส้นทางมุ่งสู่ใต้ของยุทธศาสตร์ “One Belt One Road” รวมถึงการพัฒนายุทธศาสตร์ “One Belt One Road” เมืองฉงจั่ว เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญสำหรับเส้นทางโลจิสติกส์ทางบกจีน-ลาว-ไทย จุดแข็งด้านที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ได้มอบความสะดวกในแง่การบุกเบิกตลาดจีนของธุรกิจไทย วางรากฐานที่ดีให้แก่การพัฒนาการค้าชายแดนของสองประเทศ หนึ่งในนั้น มูลค่าการนำเข้า-ส่งออกของเมืองฉงจั่วในปี 2560 อยู่ที่ 1.3394 แสนล้านหยวน เพิ่มขึ้น 10%

            นิคมอุตสาหกรรมฉงจั่ว (ไทย-จีน) เป็นหนึ่งในนิคมฯ ความร่วมมือข้ามพรมแดน ทั้งยังเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านกำลังการผลิตระหว่างประเทศ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเข้าร่วมยุทธศาสตร์ “One Belt One Road” และกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ-การค้ากับกลุ่มประเทศอาเซียน ปีใหม่...บรรยากาศใหม่ๆ ปีใหม่...เป้าหมายใหม่ ปี 2561 นิคมอุตสาหกรรมฉงจั่ว (ไทย-จีน) จะผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ-การค้าระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อให้เขตสาธิตความร่วมมือด้านกำลังการผลิตระหว่างประเทศ บรรลุเป้าหมายที่ต้องการให้จีน-อาเซียนมีความเชื่อมโยง เติมเต็มจุดแข็ง และพัฒนาร่วมกัน ความร่วมมือด้านธุรกิจการค้า นำมาซึ่งความผาสุกแก่ประชาชนทั้งสองประเทศ    

             ///////////////////