Movement

การค้าไทย-จีน 9 เดือน โต 32% ‘จุรินทร์’ถกทูตจีนเร่งปลดล็อคอุปสรรคการค้า

12

January

2022

1

November

2021

        เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงข่าวภายหลังการหารือร่วมกับ หาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ในประเด็นแนวทางการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคการค้า รวมทั้งส่งเสริมการค้าระหว่างไทย-จีน  

        รองนายกฯจุรินทร์ กล่าวว่า ความสัมพันธ์ไทยจีนมีมาต่อเนื่องยาวนาน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ด้านการค้าที่มีพัฒนาการมาเป็นลำดับ ซึ่งในปี 2563 ไทยกับจีนมีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 2.49 ล้านล้านบาท หรือเกือบ 80,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  

        ขณะที่ในช่วง 9 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ก.ย.) การค้าระหว่างไทยจีนมีมูลค่า 2.41 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าสูงถึง 32% โดยการส่งออกของไทยไปจีนมีมูลค่าอยู่ที่ 878,280 ล้านบาท ขยายตัวบวก 27%

ในช่วง 9 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ก.ย.) การค้าระหว่างไทยจีนมีมูลค่า 2.41 ล้านล้านบาท ขยายตัวบวก 32% โดยการส่งออกของไทยไปจีนมีมูลค่าอยู่ที่ 878,280 ล้านบาท ขยายตัวบวก 27%

        สำหรับการหารือในครั้งนี้ มีประเด็นสำคัญ 4 เรื่องที่ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกัน ได้แก่ ประเด็นที่ 1. ไทยและจีนจะเร่งจัดการประชุม JC หรือคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีระหว่างกันโดยเร็วที่สุด เพื่อประโยชน์ทางการค้าการลงทุนและความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างกัน

        ประเด็นที่ 2. ไทยและจีนต้องการเร่งให้ RCEP มีผลบังคับใช้ ซึ่งจะต้องมีสมาชิกอาเซียนอย่างน้อย 6 ประเทศ ให้สัตยาบัน และสมาชิกนอกอาเซียนอย่างน้อย 3 ประเทศให้สัตยาบัน ซึ่งไทยได้ยื่นให้สัตยาบันไปแล้ว เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา และจะร่วมมือกันเร่งรัดให้ข้อตกลง RCEP มีผลบังคับโดยเร็ว โดยคาดว่าในช่วงต้นปีหรือเดือนม.ค. 2565 ความตกลง RCEP จะมีผลบังคับใช้ในประเทศสมาชิก 15 ประเทศ

        ประเด็นที่ 3. ไทยและจีนจะร่วมมือกันในการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระหว่างกัน รวมทั้งเรื่องของรถไฟความเร็วสูงด้วย ซึ่งขณะนี้รถไฟจากจีนไปลาวเตรียมเปิดให้บริการแล้ว และจะร่วมมือกับไทยในการเร่งสร้างรถไฟความเร็วสูง เส้นทางที่จะเชื่อมลาวเพื่อให้ระบบการขนส่งสินค้าเข้าออกระหว่างกันนั้นมีความคล่องตัวและเพิ่มมูลค่าได้มากขึ้นโดยเร็ว

       ประเด็นที่ 4 ไทยกับจีนจะร่วมมือกันนำเข้า-ส่งออกสินค้าระหว่างกัน โดยเอกอัครราชทูตฯ จีนแจ้งว่ายินดีให้ความร่วมมือในการนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทย และพร้อมอำนวยความสะดวกสินค้าอื่นๆ ด้วย

คลี่คลายอุปสรรคการค้า เร่งส่งออกผลไม้-ข้าว-ไก่-รังนก

        รองนายกฯจุรินทร์ กล่าวว่า “ในการหารือร่วมกับเอกอัครราชทูตจีนในครั้งนี้ ยังได้มีการหยิบยกเรื่องการค้าระหว่างไทยกับจีนมาหารือเป็นการเฉพาะ รวมทั้งหมด 4 ประเด็น คือ ประเด็นที่ 1, ขอให้ทางการจีน เปิดด่าน 2 ด่าน ที่ปิดไปในช่วงโควิด คือ (1) ด่านโมฮาน ที่เป็นด่านทางบกเริ่มต้นจาก อ.เชียงของ จ.เชียงราย ทางตอนเหนือของไทย ผ่านบ่อเต็นไปเข้าทางยูนนานตอนใต้ของจีน และ (2) เส้นทางผ่านแม่น้ำโขงจากท่าเรือเชียงแสนของไทยไปเข้ายูนนานตอนใต้ของจีน ที่ด่านกวนเหล่ยหรือท่าเรือกวนเหล่ย ซึ่งปิดไปเพราะโควิดเช่นกัน อยากให้เร่งกลับมาเปิดโดยเร็ว รวมทั้งเพิ่มเงื่อนไข คือ ขอให้จีนอนุญาตนำเข้าผลไม้จากไทยผ่านด่านกวนเหล่ยได้

        ประเด็นที่ 2.การนำเข้าไก่จากไทย เรามีโรงงานส่งออกไก่ไปจีน 22 โรงงาน แต่ในช่วงโควิดปิดไป 9 โรงงาน ขณะนี้สถานการณ์โควิดคลี่คลายแล้ว จึงขอให้ท่านทูตจีนช่วยแจ้งให้ GACC หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับศุลกากรที่มีหน้าที่มาตรวจโรงงานผลิตไก่ในไทย เพื่ออนุญาตให้นำเข้าจีนได้ต่อไป และเร่งตรวจโรงงานส่งออกไก่ 9 โรงงานผ่านระบบออนไลน์ รวมทั้งขอให้จีนเพิ่มรายการนำเข้าไก่ในส่วนที่ยังไม่อนุญาต เช่น ไก่ทั้งตัวรวมหัว สะบักไก่ ข้อไก่ และเป็ด เป็นต้น

        ประเด็นที่ 3. เรื่องการนำเข้ารังนกจากไทย ซึ่งจีนนำเข้าจากไทยแค่ 2 บริษัท แต่ไทยยังมีอีก 9 ราย ที่ขออนุญาตจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ จึงขอให้จีนเร่งตรวจโรงงานเพิ่ม เพื่อให้ไทยสามารถส่งออกรังนกไปจีนเพิ่มขึ้น และประเด็นที่ 4 เรื่องการนำเข้าข้าว ซึ่งจีนกับไทยมี MOU ระหว่างกันอยู่ 1 ล้านตัน ที่จีนจะนำเข้าข้าวจากไทย โดยจีนได้นำเข้าไป 7.2 แสนตัน ยังคงค้างอยู่อีก 2.8 แสนตัน จึงได้ขอให้ท่านทูตช่วยแจ้งคอฟโก้ ซึ่งเป็นองค์กรนำเข้าข้าวจากไทย เร่งดำเนินการให้ครบถ้วนตาม MOU ต่อไป” รองนายกฯจุรินทร์ กล่าว

Tags: