รู้จัก 'หลี่ เฉียง' นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของจีน

10

April

2024

11

March

2023

        ‘หลี่ เฉียง' นายกรัฐมนตรีจีนคนใหม่ มือขวาที่ ‘สี จิ้นผิง’ ไว้ใจมากที่สุด ขึ้นรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ (11 มี.ค.) ตัวเต็งแถวหน้าทายาทการเมือง‘สี จิ้นผิง’ คนนี้ มีประวัติน่าสนใจขนาดไหน? ก่อนก้าวขึ้นเป็นผู้นำจีนเบอร์2 กุมบังเหียนเศรษฐกิจจีนในสมัยที่3 ของ‘สีจิ้นผิง’

        ‘หลี่ เฉียง’วัย63 ปี เป็นชาวมณฑลเจ้อเจียง  เรียนจบปริญญาตรีทางด้านวิศวกรรมการเกษตรจากมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง  และปริญญาโท MBA จากมหาวิทยาลัยโปลิเทคนิคฮ่องกง

        ความสัมพันธ์ของ‘หลี่เฉียง’ กับ ‘สี จิ้นผิง’ เริ่มขึ้นเมื่อราว 20 ปีก่อน ตั้งแต่ปี 2004 สมัยที่ผู้นำจีนยังเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำมณฑลเจ้อเจียง โดยมี หลี่ เฉียง คอยเป็น “มือขวา” ผู้ช่วยส่วนตัวกว่า 3 ปี จน สี จิ้นผิง ย้ายไปเป็นเลขาธิการพรรคฯที่เซี่ยงไฮ้

        นับตั้งแต่‘สีจิ้นผิง’ดำรงตำแหน่งผู้นำจีนสมัยแรก เส้นทางการเมืองของหลี่ เฉียง ก็โดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่ปี 2013 ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ว่าการมณฑลเจ้อเจียง ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาเป็นเลขาธิการพรรคฯประจำมณฑลเจียงซูเต็มตัวในปี 2016 และก้าวกระโดดสู่ตำแหน่งเลขาธิการพรรคฯประจำเซี่ยงไฮ้ ในปี 2017 ซึ่งถือพื้นที่หัวใจสำคัญทางเศรษฐกิจ แหล่งบ่มเพาะผู้นำระดับสูงของจีน

        เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ‘หลี่ เฉียง’ ได้รับการเปิดตัวเป็นเบอร์ 2 ในคณะผู้บริหารสูงสุดของพรรคคอมมิวนิสต์จีน(โปลิตบูโร) ชุดใหม่ ทำให้เป็นที่คาดหมายถึงการผงาดขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของจีนคนต่อใหม่ต่อจากหลี่ เค่อเฉียง ซึ่งครบวาระ โดย หลี่ เฉียง ถือเป็นนายกรัฐมนตรีจีนคนแรก นับตั้งแต่โจว เอินไหล  ที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง โดยที่ไม่เคยเป็นรองนายกฯมาก่อน ซึ่งถือเป็นการแหวกธรรมเนียมปฏิบัติ

        แม้จะเคยถูกวิจารณ์กรณีล็อคดาวน์เซี่ยงไฮ้จนกระทบต่อเศรษฐกิจ แต่ในอีกด้านหนึ่ง หลี่ เฉียง ถือเป็นหนึ่งในคีย์แมนสำคัญที่ทำให้ Tesla เข้ามาลงทุนตั้งโรงงานขนาดใหญ่ในนครเซี่ยงไฮ้ได้สำเร็จ และมีผลงานในการผลักดันงานพัฒนาด้านอุตสาหกรรมไฮเทค รวมถึงการสร้างนวัตกรรมทางการเงินและเทคโนโลยีในเขตเศรษฐกิจพิเศษเซี่ยงไฮ้

        ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา ได้ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับหลี่เฉียง ในฐานะนักการเมืองผู้สนับสนุนบทบาทของภาคธุรกิจ

        ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของจีน หลี่เฉียง จะเข้ามาเป็นคีย์แมนสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจจีนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ทำให้หลายฝ่ายจับจ้องว่าเขาจะกำหนดนโยบายในระดับชาติอย่างไร

        ขณะที่เศรษฐกิจจีนซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายมากมาย เมื่อปีที่แล้ว เศรษฐกิจจีนเติบโตเพียงร้อยละ 3 ซึ่งในปี 2566 รัฐบาลจีนตั้งเป้าการเติบโตที่ประมาณร้อยละ 5 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ต่ำที่สุดในรอบเกือบ 3 ทศวรรษ โดยภารกิจท้าทายของนายกรัฐมนตรีจีนคนใหม่ ในปีนี้ คือ ต้องเอาชนะเป้าหมายดังกล่าวให้ได้

 --------------------------------------

📌ที่มา :

ประชาชาติธุรกิจ(https://bit.ly/3yxi0bE)

เดลินิวส์(https://bit.ly/3yxBn4k)

ผู้จัดการออนไลน์( https://bit.ly/3JGz45H)

TNN (https://bit.ly/3mLRRDy)

The Better (https://bit.ly/3Zwc0Mh)

The Standard ( https://bit.ly/3FhUm6N)

The Standard (https://bit.ly/3FbvQUL)

Tags:
No items found.