Lifestyle

เปิดแล้ว!! รถไฟจีน-ลาว จาก ‘คุนหมิง’ ถึง ‘เวียงจันทน์’ แค่ 10 ชม.

12

January

2022

4

December

2021

        สิ้นสุดการรอคอย! รถไฟจีน-ลาวเที่ยวปฐมฤกษ์เคลื่อนตัวออกจากสถานีต้นทางในนครคุนหมิงและนครหลวงเวียงจันทน์โดยพร้อมเพรียงกัน หลังสิ้นเสียงออกคำสั่งเดินรถของ 2 ผู้นำประเทศ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และท่านทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศสปป.ลาว ในพิธีเปิดเส้นทางรถไฟจีน-ลาวอย่างเป็นทางการผ่านระบบ VDO Call เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2564

        นับเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของรถไฟข้ามพรมแดนระหว่างประเทศสายแรกที่จีนเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างเป็นหลัก โดยรถไฟทั้งสายใช้มาตรฐานทางเทคโนโลยี อุปกรณ์และการเชื่อมต่อกับเครือข่ายรถไฟจีน มีความยาวรวม 1,035 กม. ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. สามารถเชื่อมการเดินทางจากคุนหมิงถึงเวียงจันทน์ได้ภายใน 10 ชม. (รวมระยะเวลาของพิธีการทางศุลกากร) เรียกได้ว่าหากเดินทางออกจากจีนตั้งแต่เช้าก็จะสามารถมาถึงเวียงจันทน์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจ.หนองคายของไทยได้ในช่วงตกเย็น  

แค่ 4 ชม.ครึ่งจากคุนหมิงถึงชายแดนจีน-ลาว

        เส้นทางรถไฟจีน-ลาว แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงแรกเส้นทางในเขตประเทศจีนจากคุนหมิง-บ่อหาน มี 14 สถานี ให้บริการด้วยรถไฟ CR200J Fuxing หรือที่ในจีนเรียกว่าเจ้า“ยักษ์เขียว” วิ่งจากคุนหมิง มายังเมืองอวี้ซี ผ่านเมืองผูเอ่อร์ เชียงรุ่ง(สิบสองปันนา) ลงมาชายแดนจีน-ลาวที่โม๋ฮาน (บ่อหาน) ใช้เวลาประมาณ 4 ชม.ครึ่ง  

        หลังจากนั้นผู้โดยสารทุกคนจะลงรถที่สถานีนี้ เพื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง และเปลี่ยนมานั่งไฟช่วงที่ 2 ในเขตประเทศลาว (ระยะทางความยาว 414 กม.) ด้วยขบวนรถไฟ“ล้านช้าง"ซึ่งเป็นรถไฟ CR200J Fuxing คันสีขาวแถบแดงน้ำเงิน วิ่งจากบ่อเต็น ผ่านหลวงพระบาง วังเวียง มาสิ้นสุดปลายทางที่นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีสถานีสำหรับผู้โดยสาร 10 สถานี ได้แก่ นครหลวงเวียงจันทน์, โพนโฮง, วังเวียง, กาสี, หลวงพระบาง, เมืองงา, เมืองไซ, นาหม้อ, นาเตย และบ่อเต็น

        ระหว่างการเดินทางผู้โดยสารจะได้สัมผัสกับบริการที่สะดวกสบาย มีพนักงานบนรถไฟที่สามารถสื่อสารภาษาจีนและลาวคอยบริการ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน บริการอินเตอร์เน็ต 4G ตลอดเส้นทาง บริการอาหารกล่องให้เลือกอิ่มอร่อยกว่า 20 ชุด ทั้งชุดอาหารจีนที่ขึ้นชื่อของยูนนาน อาหารของเวียงจันทน์ และอาเซียน ราคาอยู่ที่ 15 - 68 หยวน  

        นอกจากเพลิดเพลินไปกับวิวทิวทัศน์ธรรมชาติระหว่างการเดินทางแล้ว ยังมีความสวยงามของแต่ละสถานีรถไฟแห่งใหม่ที่ผสมผสานเอกลักษณ์ท้องถิ่น ตัวอย่างเช่นเพดานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากใบชาของโถงผู้โดยสารขาออกที่สถานีเมืองผูเอ่อร์ มณฑลยูนนาน ทำให้ผู้คนนึกถึงชาดำในตำนานของเมืองนี้ ในขณะที่หลังคาของสถานีสิบสองปันนาออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากนกยูง สัตว์ที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ของสิบสองปันนา

        เส้นทางรถไฟจีน-ลาวสายนี้ ยังเปิดมิติใหม่ให้กับการเดินทางท่องเที่ยวลาว-จีน เชื่อมจุดหมายปลายทางที่สำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็นเวียงจันทน์ เมืองหลวงของลาว, วังเวียง เมืองแห่งขุนเขาและสายน้ำที่ได้รับขนานนามว่า “กุ้ยหลินเมืองลาว”, หลวงพระบาง เมืองมรดกโลกริมแม่น้ำโขง, สิบสองปันนา หรือเชียงรุ่ง ดินแดนแห่งวัฒนธรรมชาวไทลื้อ, เมืองผูเอ่อร์ "เมืองแห่งใบชาจีน แหล่งใบชาโลก", คุนหมิง นครแห่งฤดูใบไม้ผลิ เมืองเอกมณฑลยูนนาน

        อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงนี้ทั้งจีนและลาวจึงยังไม่เปิดประเทศรับชาวต่างชาติ โดยในช่วงแรกจะให้บริการเฉพาะผู้โดยสารภายในแต่ละประเทศเท่านั้น ยกเว้นรถไฟขบวนขนส่งสินค้าสามารถเดินทางข้ามประเทศจากคุนหมิงถึงเวียงจันทน์ได้ตามปกติ โดยขึ้นอยู่กับชนิดของสินค้าและมาตรฐานที่จะต้องทำการขนส่งหรือมีการรับรองเพื่อผ่านด่านจีน-ลาว

เปิดราคาตั๋วโดยสารรถไฟจีน-ลาว

        สำหรับอัตราค่าโดยสารเส้นทางรถไฟจีน-ลาว จากข้อมูลของ China Face สื่อภาคภาษาไทยของสถานีวิทยุกระจายเสียงระหว่างประเทศของจีน (CRI) ราคาตั๋วรถไฟเส้นทางในเขตประเทศจีน จากสถานีคุนหมิง-สถานีบ่อหาน (สถานีที่ 14 สถานีสุดท้ายของเส้นทางในประเทศจีน) ใช้เวลาประมาณ 4 ชม.ครึ่ง ราคาตั๋วที่นั่งชั้น 2 (ธรรมดา) สูงสุดคือ 271หยวน  หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ราว 1,436 บาท ( ณ อัตราแลกเปลี่ยน 1 หยวน = 5.3 บาท)

        สถานีคุนหมิง – สถานีผูเอ่อร์ (สถานีที่ 9 จากทั้งหมด 14 สถานีในประเทศจีน) ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.40 นาที ราคาตั๋วที่นั่งชั้น 2 (ธรรมดา) สูงสุดคือ 170 หยวน (ประมาณ 901 บาท )

        สถานีคุนหมิง – สถานีสิบสองปันนา (สถานีที่ 11) ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.ครึ่ง ราคาตั๋วที่นั่งชั้น 2 (ธรรมดา) สูงสุดคือ 217 หยวน (ประมาณ 1,150 บาท)  ทั้งนี้ ราคาตั๋วจะมีความแตกต่างตามวันเวลาเดินทางและฤดูกาล โดยหลังจากที่เส้นทางรถไฟจีน-ลาวเปิดให้บริการแล้ว เมืองผูเอ่อร์และแคว้นสิบสองปันนาของมณฑลยูนนานก็จะทำลายประวัติศาสตร์ของการไม่มีรถไฟ

        สำหรับเส้นทางในเขตประเทศลาว ในช่วงแรกจะเปิดให้บริการถไฟขบวนล้านช้างวันละ 2 เที่ยวไป-กลับ ได้แก่ 1.เส้นทางนครหลวงเวียงจันทน์-บ่อเต็น (ใช้เวลาประมาณ 4 ชม.) ขาไป : ออกจากสถานีนครหลวงเวียงจันทน์ เวลา 08.00 น. (เปิดขายตั๋วเวลา 07.00-10.00 น. ทุกวัน) ขากลับ : ออกจากสถานีบ่อเต็นเวลา 12.00 น. โดยจะรับ - ส่งผู้โดยสาร 6 สถานี ได้แก่ สถานีนครหลวงเวียงจันทน์, สถานีโพนโฮง, สถานีวังเวียง, สถานีหลวงพระบาง, สถานีเมืองไช และสถานีบ่อเต็น

        2.เส้นทางนครหลวงเวียงจันทน์-หลวงพระบาง (ใช้เวลาประมาณ 1ชม.ครึ่ง) ขาไป : ออกจากสถานีนครหลวงเวียงจันทน์ เวลา 15.44 น. (เปิดขายตั๋วเวลา 14.00-16.00 น. ทุกวัน) ขากลับ : ออกจากสถานีหลวงพระบางเวลา 18.16 น.

        สำหรับอัตราค่าโดยสารจากนครหลวงเวียงจันทน์-บ่อเต็น แบ่งเป็น ขบวนรถไฟ EMU ที่นั่งชั้นหนึ่งราคาจะอยู่ที่คนละ 294 หยวน หรือ 529,000 กีบ/เที่ยว หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ราว 1,558 บาท ( ณ อัตราแลกเปลี่ยน 1 หยวน = 5.3 บาท) ขบวนรถไฟ EMU ที่นั่งชั้น 2 ราคาอยู่ที่ 185 หยวน หรือ 333,000 กีบ/เที่ยว  (ประมาณ 980 บาท )  และขบวนรถไฟธรรมดา ราคาอยู่ที่ 132 หยวน หรือ 238,000 กีบ/เที่ยว (ประมาณ 699 บาท)

        ส่วนอัตราค่าโดยสารจากเส้นทางนครหลวงเวียงจันทน์-หลวงพระบาง แบ่งเป็น ขบวนรถไฟ EMU ที่นั่งชั้นหนึ่งราคาจะอยู่ที่คนละ 174 หยวน หรือ 313,000 กีบ/เที่ยว (ประมาณ 922 บาท) , ขบวนรถไฟ EMU ที่นั่งชั้น 2 ราคาอยู่ที่ 110 หยวน หรือ 198,000 กีบ/เที่ยว  ( ประมาณ 583 บาท ) และขบวนรถไฟธรรมดา ราคาอยู่ที่ 78 หยวน หรือ 140,000 กีบ/เที่ยว (ประมาณ 413 บาท)

Tags: