China-ASEAN Panorama

กว่างซีเปิดฉากการประชุมนัดแรกหลังจากความตกลง RCEP มีผลบังคับใช้

7

January

2022

7

January

2022

        เมื่อวันที่ 6 ม.ค.2565 สภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของจีน (CCPIT) รัฐบาลเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สภาธุรกิจเอเชียตะวันออก (EABC) และหอการค้ากัมพูชา ได้ร่วมจัดการประชุมผู้นำธุรกิจ RCEP (RCEP Business Leaders Forum) ขึ้น ณ นครหนานหนิง กว่างซี ประเทศจีน ซึ่งเป็นการประชุมที่สำคัญหลังจากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลักว่าด้วย “ความร่วมมือยุคใหม่เพื่อการพัฒนาในอนาคต” (Cooperation in the New Era for Future Development)

นางเกา เยี่ยน ประธานสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (CCPIT)

        นางเกา เยี่ยน ประธานสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (CCPIT) ได้เสนอข้อเสนอแนะ 3 ประการ ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนองค์กรต่าง ๆ ในภูมิภาคในการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงในการเปิดตลาดตามกฎเกณฑ์ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงในด้านการค้าและการลงทุน ปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมการผลิตท้องถิ่น รวมถึงพัฒนาสนับสนุนการให้บริการแก่องค์กรต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

นายหลาน เทียนลี่ ประธานเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง

        กว่างซีเป็นผู้มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันและเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริงในความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับประเทศสมาชิก RCEP นายหลาน เทียนลี่ ประธานเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง กล่าวว่า  ตั้งแต่ปี 2553 ถึง 2563 ปริมาณการค้าระหว่างกว่างซีและ ประเทศสมาชิกRCEP เพิ่มขึ้น3.4 เท่า จาก 8.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็น 39 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ประเทศ RCEP จึงได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางการลงทุนของนโยบาย“ก้าวออกไป”ที่ใหญ่ที่สุดและเป็นแหล่งเงินทุนจากต่างประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของกว่างซี

นายลิม จก โฮย เลขาธิการอาเซียน

        นายลิม จก โฮย เลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า RCEP เป็นตัวเร่งให้เกิดการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาค และเราทุกคนมีหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่า RCEP จะนำมาความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ทุกคน

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

        นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ไทยและจีนสามารถแบ่งปันผลประโยชน์ของความร่วมมือพหุภาคีผ่าน RCEP ซึ่งเป็นเขตการค้าเสรีที่มีโครงสร้างสมาชิกที่หลากหลายมากที่สุด การมีผลบังคับใช้ความตกลง RCEP จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างทั้งสองประเทศอย่างแน่นอน

        ในการประชุม นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นที่เกี่ยวข้องหลังจาก RCEP มีผลบังคับใช้ เช่น การเสริมสร้างการบูรณาการของห่วงโซ่อุตสาหกรรม การสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาค การส่งเสริมการเปิดเสรีและการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน การแบ่งปันโอกาสเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน การส่งเสริมการพัฒนาความร่วมมือด้านการค้าบริการ ขณะเดียวกัน ในที่ประชุมยังได้มีการประกาศการจัดตั้ง “สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจ RCEP” และ “ศูนย์บริการธุรกิจระหว่างประเทศ RCEP ของหอการค้านานาชาติกว่างซี” อีกด้วย

         นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังได้มีการประกาศ “ปฏิญญาหนานหนิงว่าด้วยความร่วมมือทางธุรกิจ RCEP” และ “คู่มือการตีความและการใช้ RCEP ฉบับอิเล็กทรอนิกส์” เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินการข้อตกลง RCEP ให้มีคุณภาพสูง

Tags: